ดีอาร์คองโก

คนในดีอาร์คองโก มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย จากเชื้อไวรัสอีโบลา

องค์การอนามัยโลกยืนยันผู้เสียชีวิตจากการได้รับ เชื้อไวรัสอีโบลา ใน ดีอาร์คองโก เพิ่มเติมอีก คน
หนึ่งในนั้นเป็นเด็กทารกอายุเพียงแค่ 11 เดือน ส่งผลให้ทุกฝ่ายจำเป็นต้อง นับหนึ่งใหม่
เพื่อพยายามฝ่าวิกฤติโรคระบาดของ เชื้อไวรัสอีโบลา ครั้งนี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.
ว่าองค์การอนามัยโลก ดับเบิลยูเอชโอ ออกมาชี้แจงเมื่อวันอาทิตย์
เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา

ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ดีอาร์คองโก ว่าผู้ป่วยสะสมตั้งแต่แมื่อเดือนสิงหาคม 2561
เพิ่มเป็นอย่างต่ำ 3,805 คน รวมทั้งเสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 2,264 คน

ทั้งนี้ ผู้เสียชีวิตคนล่าสุดเป็นเด็กทารกเพศหญิงอายุเพียงแต่ 11 เดือน จากเมืองเบนี
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ โดยเด็กน้อยเสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์

หลังเข้ารับการดูแลรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งเดียวกับชายวัย 26 ปี ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์
ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เพียงแค่วันเดียวหลังได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสอีโบลา

อนึ่ง ยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัด ว่าเด็กทารกคนดังกล่าวรับเชื้อได้อย่างไรและเมื่อใด
เช่นเดียวกับผู้ป่วยชายอายุ 26 ปี ว่าติดเชื้อได้ยังไง

แต่ดับเบิลยูเอชโอกักตัวผู้ต้องสงสัยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตชายอย่างต่ำ 215 คน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลดีอาร์คองโกยอมรับว่า เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกฝ่ายจำต้องกลับมา
เฝ้าระวัง ในระดับสูงสุด” อีกครั้ง

สำหรับการกลับมาพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากเชื้อไวรัสอีโบลาในดีอาร์คองโกทั้งสองคน
เกิดขึ้น ในช่วงโค้งสุดท้าย” ก่อนถึงมาตรฐานของดับเบิลยูเอชโอที่บอกว่า

หากภายในระยะเวลา 42 วันนับจากการที่ผู้ป่วยคนล่าสุดได้รับการดูแลและรักษาจนหายดี
ไม่มีการพบผู้ป่วยเพิ่มเติมอีก

ดับเบิลยูเอชโอจะประกาศให้ภาวะฉุกเฉินจากเชื้อไวรัสอีโบลาครั้งนี้ ที่ยืดเยื้อตั้งแต่เดือน ส.ค.ปีที่แล้ว
“สิ้นสุดอย่างเป็นทางการ” และยุติคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ซึ่งกรอบระยะเวลาของดีอาร์คองโกคือภายในวันที่ 12 เม.ย. นับจากวันที่ 3 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่ผู้ป่วยคนล่าสุดหายดีและออกจากโรงพยาบาล

นอกจากนี้ ทวีปแอฟริกากำลังเผชิญกับวิกฤติโรคโควิด-19 ด้วย โดยมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อใน 52 จาก 54 ประเทศ ซึ่งดีอาร์คองโกเป็นหนึ่งในประเทศที่พบผู้ป่วย ส่วนคอโมโรสและเลโซโทเป็นเพียง 2 ประเทศที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อ

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *