ไห่เสิน

” ไห่เสิน ” อาจจะคูณความแรงเป็น ซูเปอร์ไต้ฝุ่น กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าประเทศญี่ปุ่น

” ไห่เสิน ” กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่ญี่ปุ่น จับตาอาจจะทวีความรุนแรงเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้ในไม่ช้า จากเว็บไซต์ไมนิชิ ของประเทศญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 3 เดือนกันยายน ว่าเกิดพายุก่อตัวขึ้นกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นไห่เสิน ที่กำลังเคลื่อนตัวจากมหสมุทรแฟซิฟิกเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้ โดยพายุไต้ฝุ่นดังกล่าวเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 10 ที่จะพัดขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่น โดยหน่วยงานพยากรณ์อากาศ ได้คาดว่าอาจจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้

หน่วยงานพยากรณ์อากาศของประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาเตือนให้ประชาชนระมัดระวังลมแรงและคลื่นสูง โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้พายุเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าน่าจะเคลื่อนตัวผ่านเกาไดโตะ ตอนเหนือของจังหวัดโอกินาวา ในวันที่ 5-6 เดือนกันยายนนี้

จากรายงาน ได้ระบุว่า ไห่เสิน มีความเร็วลมใกล้สูญกลางเฉลี่ยอยู่ที่ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วลมสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าไต้ฝุ่นไห่เสิน จะเคลื่อนตัวไปทางเหนือห่างจากเกามินามิ ไดโตะ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราวๆ 600 กิโลเมตร ในวันที่ 4 เดือนสิงหาคม เวลา 09.00 น. ก่อนที่จะเคลื่อนตัวขึ้นเหนือต่อไปยังเกาะอะมามิ ระหว่างโอกินาวา และเกาะคิวชู ในเวลา 09.00 น. ในวันที่ 6 เดือนกันยายน ซึ่งช่วงเวลานี้พายุจะอ่อนกำลังลง

แต่ทั้งนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันเอง ก็ได้พยากรณ์เอาไว้ว่าพายุไต้ฝุ่นไห่เสิน อาจทวีความรุนแรงกลางเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้ โดยไห่เสิน มาจากภาษาจีนแปลว่าเทพแห่งท้องทะเล เป็นชื่อที่ตั้งโดยประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน…

Continue reading
คลื่นความร้อน

เมืองหลวงของญี่ปุ่น ป่วยนับหมื่น หลังเจอคลื่นความร้อนคร่าชีวิตนับพัน

วันที่ 22 สิงหาคม มียอดผู้เสียชีวิตจาก คลื่นความร้อน ถล่มประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอยู่ที่ 148 คนในกรุงโตเกียว เมืองหลวงของญี่ปุ่น ในระหว่างวันที่ 13-20 สิงหาคมที่ผ่านมา จากเดิมที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย
ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

และมีผู้ล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลอีก 12,804 คน จากอาการเป็นลมแดด หรือ ฮีทสโตรค (heatstroke) และเพลียแดด หรือ ฮีท เอ็กซอสชั่น (heat exhaustion) ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าตัวจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนเกือบ 6,700 คน ซึ่งเทียบกับเมื่อปีที่แล้ว คลื่นความร้อนทำให้มีผู้เสียชีวิตในประเทศญี่ปุ่น 126 คน และป่วยเพราะอากาศร้อนจัดอีกกว่า 70,000 คนทั่วทั้งประเทศ

และในส่วนของสัปดาห์นี้ เป็นสัปดาห์ที่ร้อนที่สุดของญี่ปุ่นในฤดูร้อนปีนี้ อุณหภูมิพุ่งสูงสุดทำลายสถิติเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่เมืองฮามามัตสึ ในจังหวัดชิซึโอกะในภาคกลางของญี่ปุ่นที่ 41.1 องศาเซลเซียส ซึ่งเท่ากันกับสถิติอุณหภูมิสูงสุดในญี่ปุ่นเมื่อปี 2561 ที่ 41.1 องศาเซลเซียส วัดได้ที่เมืองคูมางายะ ในจังหวัดไซตามะเมื่อปี 2561

และส่วนในกรุงโตเกียว อุณหภูมิอยู่ที่ระหว่าง 35-36 องศาเซลเซียส โดยผู้เสียชีวิตมีอายุระหว่าง 40-90 ปี และผู้ป่วยจากคลื่นความร้อนส่วนใหญ่ มีอายุมากกว่า 70 ปี

และมีจำนวนผู้ป่วยจากคลื่นความร้อน อาจทำให้ระบบการรักษาพยาบาลของญี่ปุ่นอาจล่มสลายได้ เนื่องจากว่ายิ่งเพิ่มภาระหนักให้แก่โรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น ซ้ำเติมการรับภาระหนักอยู่แล้ว ในการรักษาผู้ป่วยโควิด19 และการแยกผู้ป่วยจากโควิด19 กับผู้ป่วยจากคลื่นความร้อน ยังทำได้ยาก เนื่องจากมีอาการเป็นไข้ตัวร้อนเหมือนกัน

และนอกจากนี้ การที่ชาวญี่ปุ่นต้องใส่หน้ากากอนามัย เพื่อเป็นการป้องกันโควิด19 ในขณะที่อากาศร้อนจัดเช่นนี้ ยิ่งเพื่อความลำบากในการใช้ชีวิตให้แก่ชาวญี่ปุ่น และในบางกรณีการใส่หน้ากากอนามัย กลับเป็นสาเหตุทำให้เป็นลมแดดได้…

Continue reading
เกิดเหตุก๊าซรั่ว

เหลือแต่โครงเหล็ก ร้านชาบูญี่ปุ่นระเบิด เหตุก๊าซรั่ว เสียชีวิต 1 ราย

วันที่ 30 กรกฎาคม เจแปนทูเดย์ ได้มีรายงานว่า เกิดเหตุก๊าซรั่ว ระเบิดที่ร้านอาหารในเมืองโคริยะมะ จังหวัดฟุกุชิมะ ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ส่งผลทำให้คนเสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอย่างน้อย 18 คน ในจำนวนนี้มีอีก 2 คนที่มีอาการสาหัส

อุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อน 09.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตำรวจและพนักงานดับเพลิงรุดตรวจสอบร้านหม้อไฟ ชาบู-ชาบู อยู่ในย่านที่พักอาศัยและร้านอาหาร ไม่มีร่องรอยการเกิดอัคคีภัย และพบก๊าซโพรเพรน 6 ถัง ในจำนวนนี้ 3 ถัง มีร่องรอยการรั่วของก๊าซ

สื่อท้องถิ่นได้รายงานมาว่า ร้านอาหารดังกล่าวปิดชั่วคราวมาตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม เนื่องด้วยการระบาดของโควิด-19 และอยู่ระหว่างปรับปรุงใหม่ และเตรียมกลับมาเปิดวันที่ 31 กรกฎาคม แต่ดันมาเกิดระเบิดเสียก่อน และผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุเป็นผู้ตรวจสอบหน้างานของบริษัทปรับปรุงร้านอาหาร

แรงระเบิดในครั้งนี้ทำให้กำแพงและหน้าต่างร้านอาหารแตกกระจัดกระจาย เหลือเพียงโครงเหล็กกับเศษซากอาคารและกระจกแตกรอบๆ และบ้านเรือนอาคารในละแวกใกล้เคียงเสียหาย รวมถึงตึกสาขาธนาคารที่สั่งอพยพคน และทำให้พนักงาน 2 คน และลูกค้า 2 คน อยู่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บ 18 คน ด้วย…

Continue reading