พายุไต้ฝุ่นไห่เฉิน

เกาหลีใต้ซวยแล้ว ! ไต้ฝุ่นไห่เฉินขึ้นฝั่งมาด้วยแรงลมสูงสุดถึง 126 กม./ชม.

พายุไต้ฝุ่นไห่เฉิน ได้มุ่งหน้าตรงไปยังเกาหลีใต้ในวันจันทร์นี้ และพัดขึ้นฝั่งเกาหลีใต้แล้ว หลังจากที่ได้พัดถล่มพื้นที่ทางตอนใต้ของญี่ปุ่นในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โชคดีที่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายครั้งใหญ่และยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต

ไต้ฝุ่นไห่เฉินพัดด้วยกำลังลมสูงสุด 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะขึ้นฝั่งทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยังรวมไปถึงเกาะเจจู ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของเกาหลีใต้ ซึ่งนับตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ มีรายงานฝนตกแล้วมากกว่า 473 มิลิเมตร

ทางการเกาหลีใต้ก็ทำการอพยพผู้คนออกจากพื้นที่เสี่ยงราว 1,000 คน และมีการยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 300 เที่ยวบินใน 10 สนามบิน นอกจากนี้ยังมีการสั่งระงับการให้บริการรถไฟบางสาย และยังมีคำสั่งห้ามเข้าอุทยานแห่งชาติในพื้นที่ด้วย

ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่น สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า บ้านเรือนบนเกาะคิวชูราว 440,000 หลังคาเรือนยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงเช้าวันนี้ และมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บราว 32 คน ทั้งนี้ทางการของประเทฅศญี่ปุ่นได้สั่งอพยพผู้คนกว่า 2 ล้านคนออกจากพื้นที่ไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเพื่อได้รับผลกระทบจากไต้ฝุ่นไมสักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมหนัก และทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 83 ราย…

Continue reading
ไห่เสิน

” ไห่เสิน ” อาจจะคูณความแรงเป็น ซูเปอร์ไต้ฝุ่น กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าประเทศญี่ปุ่น

” ไห่เสิน ” กำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าเข้าสู่ญี่ปุ่น จับตาอาจจะทวีความรุนแรงเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้ในไม่ช้า จากเว็บไซต์ไมนิชิ ของประเทศญี่ปุ่นรายงานเมื่อวันที่ 3 เดือนกันยายน ว่าเกิดพายุก่อตัวขึ้นกลายเป็นพายุไต้ฝุ่นไห่เสิน ที่กำลังเคลื่อนตัวจากมหสมุทรแฟซิฟิกเคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้ โดยพายุไต้ฝุ่นดังกล่าวเป็นพายุไต้ฝุ่นลูกที่ 10 ที่จะพัดขึ้นฝั่งประเทศญี่ปุ่น โดยหน่วยงานพยากรณ์อากาศ ได้คาดว่าอาจจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้

หน่วยงานพยากรณ์อากาศของประเทศญี่ปุ่น ได้ออกมาเตือนให้ประชาชนระมัดระวังลมแรงและคลื่นสูง โดยในช่วงเช้าของวันเดียวกันนี้พายุเคลื่อนตัวด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าน่าจะเคลื่อนตัวผ่านเกาไดโตะ ตอนเหนือของจังหวัดโอกินาวา ในวันที่ 5-6 เดือนกันยายนนี้

จากรายงาน ได้ระบุว่า ไห่เสิน มีความเร็วลมใกล้สูญกลางเฉลี่ยอยู่ที่ 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วลมสูงสุด 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยคาดว่าไต้ฝุ่นไห่เสิน จะเคลื่อนตัวไปทางเหนือห่างจากเกามินามิ ไดโตะ ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราวๆ 600 กิโลเมตร ในวันที่ 4 เดือนสิงหาคม เวลา 09.00 น. ก่อนที่จะเคลื่อนตัวขึ้นเหนือต่อไปยังเกาะอะมามิ ระหว่างโอกินาวา และเกาะคิวชู ในเวลา 09.00 น. ในวันที่ 6 เดือนกันยายน ซึ่งช่วงเวลานี้พายุจะอ่อนกำลังลง

แต่ทั้งนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยาไต้หวันเอง ก็ได้พยากรณ์เอาไว้ว่าพายุไต้ฝุ่นไห่เสิน อาจทวีความรุนแรงกลางเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นได้ โดยไห่เสิน มาจากภาษาจีนแปลว่าเทพแห่งท้องทะเล เป็นชื่อที่ตั้งโดยประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน…

Continue reading
ไต้ฝุ่นไมสัก

เกาหลีใต้เตรียมรับแรงถล่มจาก ไต้ฝุ่นไมสัก แรงถึงขั้นคว่ำรถได้

วันที่ 31 สิงหาคม 2563 จากสำนักอุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ ได้แถลงมาว่า ไต้ฝุ่นไมสัก ซึ่งเป็นไต้ฝุ่นลูกที่ 9 ของปีนี้ ได้เคลื่อนตัวผ่านน่านน้ำห่างจากเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่นไปทางใต้ 470 กิโลเมตรในเช้าวันนี้

มีความเร็วลมกระโชก 40 เมตรต่อวินาที และเคลื่อนตัวขึ้นเหนือด้วยความเร็วมากถึง 31 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นภายในวันนี้ ปกติแล้วความเร็วลมกระโชกเกิน 40 เมตรต่อวินาทีสามารถทำให้คนล้มหรือสามารถพลิกรถที่กำลังแล่นให้หงายได้เลย

พร้อมกับประกาศเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือล่วงหน้า เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกิดฝนตกหนักและคลื่นพายุซัดฝั่งหรือสตอร์มเซิร์จตามพื้นที่ชายฝั่ง และอสจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและสิ่งปลูกสร้างได้ ไมสักเป็นภาษาเขมร เป็นชื่อของต้นไม้ชนิดหนึ่ง สำนัก

อุตุนิยมวิทยาเกาหลีใต้ออกตัวว่า เส้นทางพายุอาจเปลี่ยนแปลงได้ แต่ในเวลานี้พยากรณ์ว่า จะเคลื่อนตัวห่างจากเกาะเชจูไปทางใต้ 320 กิโลเมตรในเช้าวันพุธ จากนั้นจะขึ้นฝั่งทางใต้ของเกาะนัมแฮ และจะพัดเข้าไปพื้นที่ไม่ห่างจากเมืองปูซานในเช้าวันพฤหัสบดี ก่อนเคลื่อนตัวผ่านเมืองต่าง ๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้แล้วออกสู่ทะเลตะวันออกหรือทะเลญี่ปุ่นต่อไป คาดว่าไต้ฝุ่นจะทำให้เกาหลีใต้มีฝนตกตั้งแต่บ่ายวันพุธไปจนถึงเช้าวันพฤหัสบดี จนอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันเป็นบริเวณกว้าง

ในปีนี้ ฤดูมรสุมของเกาหลีใต้ยาวนานผิดปกติ หลังจากเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายนจนถึงปลายเดือนนี้ ลบสถิติปี 2530 ที่กินเวลาถึงวันที่ 10 สิงหาคม ฝนที่ตกหนักในฤดูนี้ทำให้ภาคกลางของเกาหลีใต้น้ำท่วม มีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายเกือบ 50 คน สิ่งก่อสร้างเสียหายกว่า 14,000 แห่ง ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัยราว 8,000 คน…

Continue reading